สส.อยุธยา พรรคประชาชน เรียกร้องรัฐบาล เยียวยาน้ำท่วมต้องเป็นธรรม แนะเปลี่ยนจากเหมาจ่าย 9,000 บาททุกกรณี เปลี่ยนเป็นจ่าย 9,000 บาท/เดือน ที่ถูกน้ำท่วมจริง ชี้ค่าใช้จ่ายแฝงเยอะซ้ำเติมผู้ประสบภัยนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สส.อยุธยา พรรคประชาชน โพสต์ถึงข้อเสนอต่อรัฐบาล เรื่องเยียวยาน้ำท่วมอย่างเป็นธรรม ว่า ต้องเปลี่ยนจาก “เหมาจ่าย” เป็น “9,000 บาท/เดือน” พร้อมอธิบายว่า ช่วงน้ำท่วมโดยเฉพาะในอยุธยา และในปี 2568 ประชาชนต้องเจอกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันและเกิดรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากปกติ ในหลายกรณี เช่น ช่วงเตรียมรับน้ำมาผู้สูงอายุ ต้องว่าจ้างคนหนุนของหรือยกของขึ้นสูง ต้องกักตุนอาหาร แก๊สหุงต้ม หรือสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันที่มากกว่าปกติ




ขณะที่ช่วงระหว่างน้ำท่วม ประชาชนผู้ประสบภัย ต้องหาซื้อ ยารักษาโรค เช่น ยาน้ำกัดเท้า รวมไปถึง ยากันยุง ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงน้ำท่วม บางบ้านที่ถูกน้ำท่วม ต้องซื้ออุปกรณ์ในการ “หนุนของ” เช่น แคร่ไม้ พาเลทไม้ นั่งร้าน หรือแผ่นไม้ เพื่อใช้เป็นคานในการหนุนของ และทำเป็นสะพานเพื่อเดินเข้าบ้าน อุปกรณ์เหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น และหลายๆบ้านที่มี ผู้สูงอายุ หรือ ผู้ป่วยติดเตียง หรือ น้ำท่วมพื้นบ้านแล้ว จำเป็นต้องย้ายออกไป “เช่าหอ/เช่าบ้าน” ซึ่งนี่เป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะมากในช่วงน้ำท่วม ถ้าไม่มีการเยียวยาในทุกๆเดือน จะเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัยอย่างยิ่ง


ส่วนช่วงหลังน้ำลด ต้อง “จ้างล้างบ้าน” เช่นเดียวกับช่วงเตรียมรับน้ำ ถ้าบ้านใดมีแต่ผู้สูงอายุ หรือไม่มีเวลาทำเอง ก็จำเป็นต้องว่าจ้างเพื่อล้างบ้าน เพราะหากไม่รีบล้าง คราบน้ำที่เคยท่วม หรือตะกอนดิน จะขัดออกยาก หรือ ไม่ออกเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ หากมีการชดเชยเยียวยา ในช่วงหลังน้ำท่วมไปแล้ว จะไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ประสบภัย รวมถึงไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ประสบภัยยาวนานหลายเดือน ซึ่งมีรายจ่ายที่ค่อนข้างสูงกว่าปกติ และเป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน“ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อใช้ดูแลและเผชิญกับภัยน้ำท่วมอยู่ ซึ่งหากเกิดเรื่องแบบนี้ ก็เปรียบเสมือนการซ้ำเติมผู้ที่ประสบภัยอยู่แล้ว นี่คือความจำเป็นสำคัญ ที่การชดเชยเยียวยาจากรัฐบาล ต้องเปลี่ยนจาก “เหมาจ่าย 9,000 บาท” กลายเป็น “จ่ายชดเชย 9,000 บาท/เดือน ตามระยะเวลาที่น้ำท่วม”


นายทวิวงศ์ ยังระบุอีกว่า การกำหนดเกณฑ์การเยียวยาที่เป็นอัตราเดียว โดยมิได้คำนึงถึงระยะเวลาความเสียหายที่แตกต่างกัน ระหว่างน้ำท่วม 7-8 วัน กับ 3-4 เดือน ทำให้พี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในระดับที่สูงขึ้นและยาวนานขึ้น ตามแนวทางการจัดการน้ำ “ท่วมในทางก่อนท่วมในทุ่ง” รู้สึกไม่พอใจและไม่เป็นธรรม ส่วนในระยะยาว รัฐบาลควรปรับปรุงเกณฑ์การจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำท่วม รูปแบบต่างๆ ที่ประเทศไทยประสบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นโคลนถล่มเมื่อปี 2567 หรือน้ำท่วมยาวนานในปี 2568